วัคซีนป้องกันโรคไอกรน (Pertussis vaccine)

โดย ศิริลักษณ์ อนันต์ณัฐศิริ

Post : 11/06/2552 12:26      Last Update: 11/06/2552 12:36      Total View: 6109
 
     

 

p57.jpg

วัคซีนป้องกันโรคไอกรน

โรคไอกรนเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งอาการเริ่มต้นจะคล้ายคลึงกับไข้หวัด หลังจากนั้นอีก 1-2 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไอซึ่งอาจเป็นอยู่นาน 1-6 สัปดาห์ บางรายจะมีอาการไอมากจนอาเจียน สำลัก ปอดอักเสบ ขัดขวางการนอนหลับ มีเลือดออกในเยื่อบุตาขาว อาการดังกล่าวอาจทำให้ผู้ป่วยต้องหยุดงาน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อไปสู่เด็กได้ ซึ่งในเด็กเล็กมักจะมีอาการรุนแรง อาจจะหยุดหายใจและเสียชีวิตได้ ลักษณะทางคลินิกในระยะแรกของโรคไอกรนไม่สามารถแยกจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจจากเชื้ออื่นๆ ได้ทำให้วินิจฉัยโรคได้ช้าและการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ล่าช้าจะไม่ช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคแต่ช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อและป้องกันโรคในบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ อุบัติการณ์ของโรคไอกรนในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา ซึ่งพบอุบัติการณ์ของโรคสูงสุดในประชากรกลุ่มอายุ 10-19 ปี ทั้งนี้เป็นผลจากระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงหลังจากการติดเชื้อตามธรรมชาติหรือที่ระยะเวลาประมาณ 5-8 ปีหลังจากฉีดวัคซีน สถานการณ์โรคไอกรนในประเทศไทยดีขึ้นมากนับตั้งแต่มีโปรแกรมการให้วัคซีน diphtheria-tetanus toxoid-pertussis (DTP) ในเด็ก โดยมีอัตราป่วยด้วยโรคไอกรนน้อยกว่า 0.1 รายต่อประชากรแสนคน การให้วัคซีนป้องกันโรคไอกรนในประชากรเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมโรคเนื่องจาก การวินิจฉัยและการรักษาทำได้ยาก

            ปัจจุบันการให้วัคซีนป้องกันโรคไอกรนในเด็กแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิด acellular pertussis vaccine แทนที่ whole-cell vaccine เนื่องจากประสิทธิภาพดีและผลข้างเคียงจากวัคซีนน้อยกว่า โดยให้ร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักและโรคคอตีบ (DTaP) สำหรับการให้วัคซีนในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่จะลดขนาดของ diphtheria toxoid ลงเมื่อเทียบกับวัคซีนที่ใช้ในเด็ก จากการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของ acellular pertussis ในการป้องกันโรคอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70-90 ในปี พ.ศ. 2548 มีวัคซีน Tdap 2 ชนิดที่ได้รับการรับรองให้ใช้จากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่

1.     Boostrix (GlaxoSmithKline) แนะนำให้ใช้ในวัยรุ่นอายุระหว่าง 10-18 ปี

2.     Adacel (Sanofi Pasteur) แนะนำให้ใช้ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่อายุระหว่าง 11-64 ปี

วัคซีนทั้ง 2 ชนิดมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเท่าเทียมกัน โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อในขนาด 0.5 มล. 1 ครั้งในวัยรุ่นอายุระหว่าง 11-12 ปี ที่ได้รับวัคซีน DTP หรือ DTaP ครบตามกำหนดในวัยเด็กเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคไอกรน กรณีที่ได้วัคซีน Td กระตุ้นภูมิคุ้มกันมาก่อนในช่วงอายุดังกล่าว แนะนำให้วัคซีน Tdap หลังจากได้วัคซีน Td มาแล้ว 5 ปี ในผู้ใหญ่แนะนำให้ฉีดวัคซีน Tdap แทนวัคซีน Td 1 ครั้งในกรณีที่ไม่เคยได้วัคซีน Tdap มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลใกล้ชิดกับเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ผลข้างเคียงจากวัคซีนส่วนใหญ่ที่พบคือ ไข้และปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน

Copyright © 2009.

 


สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาบทความ© ศิริลักษณ์ อนันต์ณัฐศิริ

     
 
ความคิดเห็นที่ 1. โดย : เมื่อเวลา :2010-12-20 21:04:19

ขอสอบถาม  ลูกชาย  1 ขวบ  10  เดือน เป็นหวัดมานาน ปัจจุบันนอนกรนและมีอาการ
หยุดหายใจช่ั่วขณะ  บ่อยครั้งต่อหนึ่งคืน  มีวิธีรักษาไหม  หรือแก้ไขได้ยังไงบ้างคะ

ความคิดเห็นที่ 2. โดย : Email : [ kanyalux1@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2010-12-20 21:04:59


ความคิดเห็นที่ 3. โดย : i-amtik Email : [ i-amtik@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2012-09-24 00:29:00

ทำไมฉีด Tdap แทน Td ได้แค่ 1 ครั้งคะ

แล้วทำไมต้องฉีด Tdap หรือ Td ในเด็กโตและผู้ใหญ่ เเต่ฉีด TDaP ให้เด็กเล็กคะ



เชิญแสดงความเห็น

คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น
ตอบกระทู้ โดย คุณ
Email
แนบ File หรือ รูปภาพ

โปรดตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีช่องว่าง
 
รหัสยืนยัน (5 ตัว)


ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประพันธ์บทความหรือผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
ผู้ประพันธ์บทความนี้ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
     
 
     
     
เนื้อหาภายในเวปไซต์
Interesting Link

L10 Web Stats Reporter 3.15 LevelTen Hit Counter - Free PHP Web Analytics Script
LevelTen dallas web development firm - website design, flash, graphics & marketing